วิธีสอนแบบส่วนร่วม
วิธีสอนแบบมีส่วนร่วม
1. ประวัติของวิธีสอนแบบมีส่วนร่วม
หลักการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
(participatory
learning: PL) ซึ่งกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (2544 : 8 - 21) ได้สรุปหลักการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ไว้ดังนี้
หลักการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
มีพัฒนาการจากการที่นักปรัชญาการศึกษา Deweyian ได้เริ่มใช้วิธีการเรียนรู้จากการกระทำ (learning by doing) ซึ่งเป็นพื้นฐานการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่ดึงความสามารถของผู้เรียนออกมาในรูปของการเรียนรู้
ที่เรียกว่า active learning ผู้เรียนจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนมากขึ้น
ผู้สอนกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดแก้ปัญหามากขึ้น
และยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมในการเรียนการสอน
ในเวลาต่อมาจึงพัฒนาเป็นรูปแบบการเรียนรู้โดยการแก้ปัญหา (problem solving)
การเรียนรู้โดยร่วมมือกัน (cooperative learning) เช่น รูปแบบการสอนที่เรียกว่า problem based solving (PBL)
ในทศวรรษที่
80 ได้มีการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ (learning process) รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (experiential
learning) ซึ่ง Kolb (1984 อ้างถึงใน
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, 2544 : 8) ได้เสนอว่า
ประสบการณ์เป็นแหล่งของการเรียนรู้และพัฒนา Kolb’s model เป็นวงจรของการเรียนรู้
ที่การได้รับความรู้ ทัศนคติ และทักษะจะอยู่ในกระบวนการ 4
องค์ประกอบของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ ได้แก่ ประสบการณ์เชิงรูปธรรม (concrete
experience) การสังเกตอย่างไตร่ตรอง (reflective
observation) มโนทัศน์เชิงนามธรรม (abstract
conceptualization) และการทดลองปฏิบัติ (active
experimentation) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (experiential
learning) ของ Kolb นี้ได้มีนักการศึกษาและนักฝึกอบรมได้นำไปใช้อย่างแพร่หลาย
เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม (active
learning) และยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีชื่อเรียกในหลายชื่อ เช่น experimential
learning , prior learning และ participatory learning การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (participatory learning) เป็นการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาบุคคลทั้งด้านความรู้ ทัศนคติ
และทักษะได้เป็นอย่างดี
ผ่านการสังเคราะห์จากผลวิเคราะห์ของการศึกษาวิจัยรูปแบบการเรียนรู้หลายรูปแบบ (meta
analysis) จนได้โครงสร้างพื้นฐานของการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ซึ่งประกอบด้วย วงจรการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (experiential learning) ผสมผสานกับกระบวนการกลุ่ม (group process) เพราะในแต่ละองค์ประกอบของวงจรการเรียนรู้เชิงประสบการณ์นั้น
ผู้เรียนแต่ละคนซึ่งมีประสบการณ์ติดตัวมา จะสามารถใช้ประสบการณ์ของตนเองให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ตลอดจนทดลองใช้ความรู้ที่เรียนมาไปสู่การปฏิบัติได้ดีนั้น ต้องผ่านกระบวนการกลุ่ม
ฉะนั้นการให้ผู้เรียนได้ทำงานเป็นกลุ่ม
จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
และช่วยกันทำงานให้บรรลุผลสำเร็จได้ด้วยดี[1]
2. ความหมายของวิธีสอนแบบมีส่วนร่วม
การเรียนแบบมีส่วนร่วมนับได้ว่าเป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่มีความสำคัญในการที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
เป็นการจัดการเรียนการ สอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งการเรียนแบบมีส่วนร่วมนั้น
ได้มีผู้ให้ความหมายไว้ดังนี้
สมใจ
ปราบพล
(2544, หน้า 13-14) กล่าวว่า การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
หมายถึงการที่นักเรียนแต่ละคนมีส่วนร่วมโดยการเอาจิตใจเข้าร่วมทาให้เกิดการเรียนรู้ทั้งทางตรงและทางอ้อม
อาศัยหลักการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ และการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ได้รับประสบการณ์ที่สัมพันธ์กับชีวิตจริง
ได้รับการฝึกฝนทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการบันทึกความรู้ ทักษะการคิด ทักษะการจัดการความรู้
ทักษะการแสดงออก ทักษะการสร้างความรู้ใหม่ และทักษะการทางานกลุ่ม
อรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง
(2545, หน้า 41) กล่าวว่า การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
ตัดสินใจเลือกบทเรียนที่ต้องการเรียนรู้ในลักษณะกลุ่มหรือศึกษาด้วยตนเอง
สุมณฑาพรหมบุญ และอรพรรณ พรสีมา
(2549, หน้า 34-35) กล่าวว่า การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเองได้ลงมือปฏิบัติ
ทำกิจกรรมกลุ่ม ฝึกฝนทักษะการเรียนรู้ทักษะการบริหารการจัดการการเป็นผู้นาผู้ตาม
ซาร่า โทมัส
(Sarah Thomas, 2015) กล่าวว่า การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นวิธีการเรียนโดยการมีส่วนร่วมของผู้เรียนร่วมกับชุมชน
ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนที่ก่อให้เกิดการวิเคราะห์และการเรียนรู้ ประกอบด้วยการวิเคราะห์ความต้องการ
การวางแผน การตรวจสอบและการประเมินผล
เจีย เชน และคณะ (Jia Shen, et. al., 2004) กล่าวว่า
การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน
เปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งคาถามในการทางาน ฝึกการแก้ไขปัญหาและเรียนรู้จากผู้อื่น
กล่าวโดยสรุปการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นการให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
ตัดสินใจเลือกบทเรียนที่ต้องการเรียนรู้ การทากิจกรรมกลุ่ม
การฝึกฝนทักษะการแสวงหาความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ
ฝึกการแก้ไขปัญหาและเรียนรู้จากผู้อื่น[2]
3. ขั้นตอนวิธีสอนแบบมีส่วนร่วม
การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
คือ กระบวนการสร้างความรู้ เป็นการเรียนรู้ที่อาศัยประสบการณ์เดิมของนักเรียน
ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ผู้เรียนสามารถกำหนดหลักการที่ได้จากการปฏิบัติและสามารถประยุกต์ใช้ทฤษฎีหรือหลักการได้อย่างถูกต้อง
เป็นการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการทางานเป็นกลุ่ม มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับนักเรียน
และมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง มีการแสดงออกทั้งการเขียนและการพูด
(สุเทพ อ่วมเจริญ, 2549 อ้างถึงใน
พิสุทธา อารีราษฎร์, 2553, หน้า 8-9)
โดยมีขั้นตอนดังนี้
1.
ขั้นประสบการณ์ (Experience) เป็นขั้นตอนที่ผู้สอนจะพยายามกระตุ้นให้ผู้เรียนดึงประสบการณ์ของตัวเองออกมาใช้ในการเรียนรู้ขึ้นอยู่กับการใช้กระบวนการกลุ่มของผู้สอน
ซึ่งในการจัดการเรียนเนื้อหาที่ใช้ในการให้ความรู้หรือนำไปสู่การสอนทักษะต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ผู้เรียนมีประสบการณ์อยู่ก่อนแล้ว
2.
ขั้นการสะท้อนและอภิปราย (Reflection and Discussion) เป็นขั้นที่ผู้เรียนสามารถแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกของตนเองแลกเปลี่ยนกับสมาชิกในกลุ่ม
โดยผู้สอนจะเป็นผู้กำหนดประเด็นการวิเคราะห์ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ถึงความคิด
ความรู้สึกของคนอื่นที่ต่างไปจากตนเอง
ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้กว้างขวางขึ้น
การสะท้อนความคิดเห็นโดยการอภิปรายจะทาให้ได้ข้อสรุปที่หลากหลาย นอกจากนี้
ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ถึงการทางานเป็นทีม บทบาทของสมาชิกที่ดีที่จะทาให้งานสาเร็จ
การควบคุมตนเองและการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น
3.
ขั้นความคิดรวบยอด (Concept)
เป็นขั้นที่ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับเนื้อหาวิชาหรือพัฒนาด้านพุทธิพิสัย
(Cognitive)
เกิดได้หลายทาง เช่น จากการบรรยายของผู้สอน
การมอบหมายให้อ่านจากเอกสาร ตารา หรือได้จากการสะท้อนความคิดเห็นหรืออภิปรายโดยผู้สอนอาจจะสรุปความคิดรวบยอดให้จากการอภิปรายและการนาเสนอของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม
ผู้เรียนจะเข้าใจและเกิดความคิดรวบยอด
ซึ่งความคิดรวบยอดนี้จะส่งผลไปถึงการเปลี่ยนแปลงเจตคติ
หรือความเข้าใจในเนื้อหาขั้นตอนของการฝึกทักษะต่างๆ ที่จะช่วยทาให้ผู้เรียนปฏิบัติได้ง่ายขึ้น
4.
ขั้นการทดลอง/การประยุกต์แนวคิด
(Experimentation/Application)
ผู้เรียนจะได้ทดลองใช้ความคิดรวบยอดหรือผลิตขั้นความคิดรวบยอดในรูปแบบต่าง
ๆ เช่น การสนทนา เล่นบทบาทสมมุติ ฯลฯ
[1] สาธารณสุข, กระทรวง.กรมสุขภาพจิต, 2544, คู่มือฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วม, พิมพ์ครั้งที่ 4
กรุงเทพมหานคร : วงศ์กมล โปรดักชั่น
จำกัด.
[2] แสงดาว ถิ่นหารวงษ์,การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม:
จากทฤษฏีสู่การปฏิบัติในรายวิชาวรรณคดีสาหรับเด็ก,กรุงเทพฯ
: มหาวิทยาลัย
ราชภัฏเพชรบุรี
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น